gototop
Home » บทความทั่วไป ความรู้น้ำท่วม » 2012 มหาอุทกภัยท่วมโลก .. คงต้องมาศึกษากันบ้างแล้ว

การบริหาร/ความรู้ทั่วไป

Web Design by Softbiz+


ว็บนี้ สร้างด้วย Joomla! 1.5 โดย ทีมงานซอฟท์บิส+ update11.11.2014

 
2012 มหาอุทกภัยท่วมโลก .. คงต้องมาศึกษากันบ้างแล้ว

          2012 มหาอุทกภัยท่วมโลก หยิบคำพยากรณ์จากผู้รู้แขนงต่าง ๆ มาเล่าสู่กันฟังผ่านปลายปากกา ดร.อนุทิช ชูอรรถ จากสำนักพิมพ์เม็กกูรู

             จากคำพยากรณ์และเหตุการณ์เตือนภัยจากธรรมชาติทั้งหมด ที่เกิดขึ้นในเล่ม ตั้งแต่ เจาะตำนานน้ำท่วมโลก, แผนที่โลกใหม่หลังน้ำท่วม, แผนที่ใหม่ประเทศไทย, ย้อนบันทึกชาวมายา, บันทึกในพุทธศาสนา, คำทำนายเกจิอาจารย์สายปฏิบัติ, ประกาศเตือนจากนาซา, ลางบอกเหตุ, เส้นทางหนี และเมืองแห่งอนาคต

 

                 ผู้เขียนบันทึกไว้อย่างน่าคิด ว่า หลังจากที่องค์การนาซาได้คำนวณด้วยหลักการและองค์ควา มรู้ทางวิทยาศาสตร์ ได้ผลว่าในวันที่ 22 ธันวาคม 2012 ดวงอาทิตย์จะปรับแกน คือจากขั้วเหนือจะหมุนกลับไปขั้วใต้ แล้วจากที่เคยเป็นขั้วใต้ก็จะหมุนกลับไปแทนในตำแหน่ง ของขั้วเหนือ โดยการปรับขั้วของดวงอาทิตย์เป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชา ติที่เกิดขึ้นทุก ๆ 11 ปี และไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับวงการวิทยาศาสตร์

               แต่ที่น่าสะพรึงกลัวคือ ในวันเวลาดังกล่าว แกนของขั้วโลกจะปรับไปพร้อม ๆ กัน นั่นหมายความว่า แกนขั้วโลกเหนือจะหมุนกลับมาเป็นแกนขั้วโลกใต้ ส่วนแกนขั้วโลกใต้จะหมุนกลับไปตำแหน่งขั้วโลกเหนือ ซึ่งปรากฎการณ์ดังกล่าวเคยเกิดขึ้นมาแล้วอย่างน้อยคร ั้งหนึ่งและครั้งสุดท้ายที่วิทยาศาสตร์ใหม่ทราบ คือ เมื่อหลายล้านปีที่แล้วเป็นสาเหตุให้สัตว์ตระกูลไดโน เสาร์สูญพันธุ์ทันที!

          ดาวนิบิรุ เป็นอีกหนึ่งที่น่าจับตามอง เนื่องจากเป็นดาวฤกษ์ขนาดใหญ่ประมาณ 2 เท่าของดาวพฤหัส มีวงโคจรหมุนรอบดวงอาทิตย์ที่กว้างราว 3,600 ปี ต่อการหมุนรอบดวงอาทิตย์หนึ่งรอบ ทำให้นักวิทยาศาสตร์พากันวิตกว่า เส้นทางโคจรของดาวดวงนี้จะโคจรมาทับวงโคจรของโลกหรือ ไม่ เพราะหากนิบิรุโคจรเป็นแนวระนาบเดียวกันกับ โลกและดวงอาทิตย์ ในปลายปี 2555 จะทำให้เกิดแรงพลังดึงดูดซึ่งกันและกันจำนวนมหาศาล จนอาจทำให้สิ่งมีชีวิตบนโลกทนแรงดูดไม่ไหว ล้มตายกันเป็นจำนวนมาก

ดาวนิบิรุ มีจริงหรือไม่?
      นิบิรุ เป็นชื่อเทพองค์หนึ่งของบาบิโลน ส่วน ดาวนิบิรุ เป็นดาวตามทฤษฎีของ เซชาเรีย ซิตชิน ซึ่งอ้างว่าถอดความมาจากจารึกของชาวสุเมเรียน ทฤษฎีนี้กล่าวว่า ดาวนิบิรุ เป็นดาวที่มีสิ่งมีชีวิตที่มีอารยธรรมอาศัยอยู่และเคยมาเยือนโลกเมื่อนานมาแล้ว

           แม้เรื่อง ดาวนิบิรุ จะได้รับความนิยมในหมู่ผู้ชื่นชอบ เรื่องลึกลับ เรื่องจานบิน เรื่องมนุษย์ต่างดาว แต่เนื่องจากทฤษฎีนี้มีหลักฐานอ่อนมาก และตั้งอยู่บนจินตนาการมากกว่าเหตุผล เรื่องนี้จึงไม่ได้รับการยอมรับในวงกว้างในวงการวิทยาศาสตร์ รวมถึงนักวิชาการด้าน สุเมเรียน ด้วย

น้ำท่วมกรุงเทพ : จับเข่าคุย

2012 Doomsday

 

 

 
จากกระแสของ FWD Mail เกี่ยวกับปี 2012 ดาว Nibiru หรือ PlanetX จะเข้าชนโลก หรือ 
ภาวะการณ์พลิกกลับขั้วของแม่เหล็กโลก นั้นข้อเท็จจริงต่างๆสามารถอธิบายได้เป็นข้อๆดังนี้


NASA ปิดข่าว 
2012 โลกเกิดหายนะอุทกภัยน้ำท่วมโลกแน่นอน
อ.สุมิตรยืนยัน 
 
    
NASA ปิดข่าว
เพราะกลัวว่าถ้าประกาศข่าวนี้แก่ชาวโลกรู้ท่านลองคิดดูสิว่าจะเกิดอะไรขึ้น 
เมื่อท่านรู้ตัวว่าจะตายในอีกไม่กี่ปีข้าวหน้า ท่านจะใช้ชีวิตที่สุดเหวี่ยงเลยใช่มะ 
โลกจะเกิดอาชญากรรมเพิ่มขึ้น 80% โลกทั้งโลกจะวุ่นวาย 
เค้าเลยปิดเป็นความลับ (เฮอๆ ดีเน้อ) แต่นักดาราศาสตร์ออกมาอธิบายเรื่องทฤษฎีความเป็นไปได้กันอย่างจ้าละหวั่น 
ข้อมูลที่ยังขัดแย้งกันอยู่คือ บางแหล่งบอก ดาวฤกษ์ และอุกกาบาต เพราะขนาดของมันใหญ่กว่าดาวพฤหัส 2 เท่า!!!
(ดาวพฤหัสเป็นดาวเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุดในระบบนี้)

http://mblog.manager.co.th/uploads/162/images/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81.jpg
ข่าวใหม่ล่าสุด 23 พ.ค. 2552 ช่อง 11 (4 ทุ่ม) มีการคุยเรื่อง ภัยพิบัติล้างโลก 2012 
อาจารย์ สุมิตร อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้เชี่ยวชาญไฮโดรเจน จากองค์การนาซ่า และเป็นผู้บุกเบิกรถยนต์ Hydrogen 
ในประเทศไทย ด้วยวิธีการใช้ไฟฟ้าแยกน้ำที่มีประสิทธิภาพสูง
   http://education.csufresno.edu/images/NASA_Logo.gif
อาจารย์ สุมิตร" ทำงานในองค์การ NASA 
ในสายงานคือ ร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก 
เพื่อสร้างยานอวกาศ เพื่ออพยพผู้คนจาก อุทกภัยน้ำท่วมโลกใน ค.ศ. 2012 (แต่รู้ในวงจำกัด)
"อาจารย์ สุมิตร" ยืนยันว่าอีก 3 ปี ข้างหน้านี้

โลกกำลังจะเกิดหายนะขึ้นจากอุทกภัยน้ำท่วมโลกใน ค.ศ. 2012 แน่นอน 
และคนในองค์การ NASA ทุกคนทราบเรื่องนี้มานานแล้ว แล้วได้สร้างยานอวกาศเพื่ออพยพผู้คนจากอุทกภัย
น้ำท่วมโลกใน ค.ศ. 2012 ใกล้เสร็จแล้ว (แต่ "อาจารย์ สุมิตร" ไม่ได้บอกว่าสร้างไว้กี่ลำ)
"อาจารย์ สุมิตร" ยังยืนยันด้วยว่า มนุษย์ต่างดาวนั้นมีจริง 
ปัจจุบันมีมนุษย์ต่างดาวมาทำงานร่วมกับองค์การ NASA โดยสื่อสารทาง "โทรจิต" 

 
ในการถ่ายทอดความรู้ทางเทคโนโลยี เพื่อช่วยมนุษย์จากอุทกภัยน้ำท่วมโลกใน ค.ศ. 2012 
(มนุษย์บางคนเท่านั้นที่ถูกเลือกให้รอด)
"อาจารย์ สุมิตร" ยังยืนยันด้วยว่าโลกมนุษย์เรา ไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว ในจักรวาลอื่นๆ ก็มีมนุษย์ต่างดาวประมาณ 
200 จักรวาล ซึ่งโลกของเราเป็นเพียงจักรวาลเล็กๆ 1 จักรวาล เท่านั้น เราไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวหรอกนะ
            "อาจารย์ สุมิตร" บอกว่า มนุษย์โลกสามารถติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวมานานแล้วโดยทาง "โทรจิต" แต่ทาง 
"สหรัฐอเมริกา" นั้นค่อนข้างปกปิด เรื่องนี้ ทำให้คนส่วนมากในโลกไม่รู้ ในเมื่อไม่รู้ก็จะมองว่าเรื่องมนุษย์ต่างดาวเป็น
เรื่องเหลวไหล   "อาจารย์ สุมิตร"  เป็นนักวิทยาศาสตร์องค์การ NASA มาหลายปีแล้ว ท่านเคยไปบอกให้ กระทรวง
วิทยาศาสตร์ของไทย 
ควรเร่งสร้างยานอวกาศ เพื่ออพยพคนไทยจากอุทกภัยน้ำท่วมโลกใน ค.ศ.2012 โดยเร็ว เพราะ 
"คุณสุวิช" มีเทคโนโลยีในการสร้างแล้ว ขาดก็แต่งบประมาณเท่านั้น แต่กลับไม่มีใครเชื่อ แถมมองว่าท่านเป็นบ้าอีกด้วย
พวกฝรั่งเขารู้กันมานาน เขาสร้างยานอวกาศเพื่ออพยพผู้คนจากอุทกภัยน้ำท่วมโลกในค.ศ. 2012 เกือบ เสร็จแล้ว แต่คน
ไทยยังไม่เชื่อ จะจมน้ำตายกันอยู่แล้ว ไม่รู้วันๆ คนไทยทำอะไรกันอยู่ น่าสงสารคนไทยจริงๆ"อาจารย์ สุมิตร" ยืนยันว่าอีก 
3 ปีข้างหน้านี้โลกกำลังจะเกิดหายนะขึ้นจากอุทกภัยน้ำท่วมโลกใน ค.ศ.2012แน่นอนนี่เป็นเรื่องจริงที่ฝรั่งเค้าตื่นตัว
กันมาก โดยเฉพาะในหมู่นักวิทยาศาสตร์อวกาศ แต่คนไทยเกือบทั้งหมดยังไม่รู้เรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ น่าสงสารคนไทยจริงๆ
"อาจารย์ สุมิตร" กล่าวว่า  คนไทยน่าจะเลิกทะเลาะกันได้แล้ว  อีก 3 ปี ได้จมน้ำตายแน่ๆ เพราะอุทกภัยน้ำท่วมโลกใน
ค.ศ.2012 นั้นเป็นวันหายนะที่ร้ายแรงมากร้ายแรงขนาดล้างโลกเลยทีเดียวไม่งั้นมนุษย์ต่างดาวเค้าคงไม่มาทำงาน
ร่วมกับ องค์การ NASA เพื่อ ช่วยในการสร้างยานอพยพผู้คนในครั้งนี้เป็นแน่นี่เป็นเรื่องจริงไม่ใช่เรื่องเหลวไหล เพราะ
อาจารย์ สุมิตร อิศรางกูร ณ อยุธยา เป็นนักวิทยาศาสตร์องค์การ NASA จริงมีตัวตนจริงๆ

ลองหาข้อมูลของ อาจารย์ สุมิตร อิศรางกูร ณ อยุธยา ใน Google ดูนะ 

ฉะนั้นบอกคนที่คุณรักซะว่าคุณรักเค้ามากแค่ไหนเพราะอีก3ปี...คงไม่มีโอกาสได้บอก
 
ทาง NASA ได้คํานวนไว้เเล้ว
ตามแบบตัวอย่างคอมพิวเตอร์ Hyderabad การพลิกกลับเกี่ยวกับขั้วของโลกและดวงอาทิตย์สามารถเป็นสาเหตุ
ให้เกิดปัญหาที่จริงจังดังต่อไปนี้
  • - ระบบอิเล็กโทรนิคจำนวนมากจะทำงานผิดปกติ (ระบบขีปนาวุธ computer)
  • - การอพยพของฝูงสัตว์ เช่น นก หรือปลาวาฬ ทำให้สูญเสียทิศทางและอื่นๆ
  • - ระบบภูมิคุ้มกันโรคในบรรดาสัตว์รวมถึงมนุษย์จะทำให้อ่อนอย่างมาก
  • - ทำให้ภูเขาไฟเพิ่มขึ้น เกิดการเคลื่อนที่ของเปลือกโลก แผ่นดินไหว และแผ่นดินถล่ม
  • - สนามแม่แหล็กโลก (Magnetosphere) จะ อ่อนแอลง และการแผ่รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากดวงอาทิตย์จะเพิ่ม
  •   ปริมาณถึงระดับ อันตราย ก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังตามมา ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้เเละในที่สุดเราก็จะตายกันหมด
  • - กลุ่มวัตถุในอวกาศที่มีเส้นผ่านมากมายจะเฉียดเข้าใกล้โลกได้ง่ายขึ้น
  • -แรงดึงดูดของโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

นอกกรอบ

ทางโหราศาสตร์ - บ่งบอกว่าจะเกิดการเรียงตัวกันของ โลก กาแล็คซี่ทางช้างเผือก และดวงอาทิตย์ 
ทางโบราณคดี    - อย่างที่พูดข้างต้นไว้...เป็นวันสุดท้ายในปฏิทินของช าวมายันมีเเค่ 2012 เท่านั้น
ทางการทำนาย    - นอสตราดามุสได้ทำนายไว้กับราศีตีความแล้วสอดคล้องกับ ทางโหราศาสตร์ 
ทางด้าน UFO      - ผู้ที่ติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวได้อ้างว่ามนุษย์ต่างดาวได้บอกเค้า(แล้วแต่ความเชื่อ...) 


ไม่ว่าจะทางใด ดูจากหลายๆทางแล้วชี้ไปในปีเดียวกัน ความเชื่อมั่นกับสิ่งที่จะเกิดในปี 2012 นั้น น่าจะมีอะไรเกิดการเปลี่ยน
แปลงแน่ ๆ แต่ที่แน่ๆ ในปัจจุบันผมมั่นใจว่ามันน่าจะเริ่มเกิดขึ้นแล้ว โดยสังเกตุจากผลกระทบจากภัยธรรมชาตินี่เอง เมื่อกลับ
มามองดูปี 2012 ก็เลยมานั่งพิจรณาดูเล่นๆ (การนับเลขฐานสิบจะนับศูนย์ถึงเก้า) ถ้าเราตัดเลขสองออกก็จะได้เลขนับ 0->1->2 
เมื่อมาดูเป็นปี พ.ศ.มันเป็นปี 2555 (เลยสวยมาก) ถ้าเราตัดเลขสองออกเช่นกัน จะได้เลข 5 เรียงตัวกัน 3 ตัว ผมขอโยงไป
เรื่องโหราศาตร์ที่จะมี โลก กาแล็คซี่ และดวงอาทิตย์ ที่จะเกิดการเรียงตัวกัน ผลลัพธ์นั้นคงบอกไม่ได้ อาจเกิดผลกระทบ
รุนแรงต่อโลกหรืออาจจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยก็ได้ เพราะสิ่งที่เราไม่รู้นั้นยังมีอีกมากมายทั้งในอวกาศและจักรวาล
 
ยังที่บอก
ไว้ว่าดาวเเบบเราไม่ได้มีเเบบนี้ใบเดียวจริงๆ  มี 200 กว่าดวง

 
click to zoom
สุดแท้เเต่จะเชื่อ  โปรดใช้ดุลพินิจในการอ่าน

1. ประกาศจากองค์การ NASA เรื่อง  Pole Shift คือเหตการณ์ที่ขั้วแม่เหล็กโลกเคลื่อนที่ และ แกนของโลกจะพลิก
กลับขั้ว คือ ขั้วโลกเหนือจะมาอยู่ที่ขั้วโลกใต้   แล้ววันนั้นจะเป็นวันเดียวกับที่ ดวงอาทิตย์จะพลิกกลับขั้วเช่นกัน 
เพราะดวงอาทิตย์จะพลิกกลับขั้วทุกๆ 11 ปี ปีล่าสุดคือปี พ.ศ. 2544 ถ้ามาถึงวันนี้ก็ 11 ปีพอดี (2544 + 11 = 2555) 
ขณะ ที่ดวงอาทิตย์กำลังพลิกกลับขั้วนั้น   ดวงอาทิตย์จะแผ่สนามแม่เหล็ก และ รังสีความร้อนสูงมายังโลก 
ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่โลกไม่มีสนามแม่เหล็กป้องกันตัวเอง ผลคือน้ำแข็งขั้วโลกละลายทันทีน้ำท่วม
โลกฉับพลัน
 ไม่มีทางหนีได้ทัน ในวันที่ 22 ธันวาคม ค.ศ. 2012 (พ.ศ. 2555)
 
Computer Models predict Magnetic pole reversal in Earth and Sun can bring end 
to human civilization in 2012 – evidence of extra-terrestrial help in our survival 

According to some computer scientists working together with a group geophysicists and astrophysicists, Earth and Sun both 
will go through a process of Magnetic Pole Reversal in 2012. This last happened millions of years back when the Dinosaurs 
disappeared.  A private research and analysis company in Hyderabad is predicting a major upheaval in 2012.

 
http://www.indiadaily.com/editorial/1753.asp
 
  http://www.ngdc.noaa.gov/geomag/icons/solarexp.jpg
ภาพจําลองของ NASA
 
จริงๆแล้ว สนามแม่เหล็กโลก มีการกลับขั้วในอดีตมาหลายครั้งแล้ว ตามการศึกษาหินใต้มหาสมุทร ก่อนจะ
กล่าวต่อไป ขออธิบายสภาพท้องมหาสมุทรซักนิด หากเราได้ดูภาพถ่ายจากดาวเทียม (หรือ Google earth ก็ได้)

  

เราจะเห็นว่าที่ท้องมหาสมุทรมีรอยแยก ซึ่งเขาเรียกรอยแยกนั้นว่า Sea floor Spreading Theory หรือ ทฤษฎีการแยก
ของแผ่นเปลือกโลกใต้มหาสมุทร
 ซึ่งทฤษฎีนี้เกิดจากการเก็บ ตัวอย่างหินใต้ท้องมหาสมุทร พบว่าหินที่ได้เป็นหิน
ที่มีอายุอ่อน โดยเฉพาะหินที่อยู่ใกล้รอยแยกจะมีอายุอ่อนกว่าที่ไกลออกไป  นอกจากนี้ก็พบว่าธาตุเหล็กในหินมีการเรียง
ตัวต่างกัน ซึ่งได้ข้อสรุปว่าเกิดจากสนามแม่เหล็กโลกมีการกลับขั้ว

 
 
ลองทำความเข้าใจกับรูป น่าจะดีกว่าคำอธิบาย 
อย่างไรก็ตามทฤษฎีที่นักวิทยาศาสตร์เขาสรุปกันก็ล้วนมาจากการเดาทั้งนั้น(เดาอย่างมีเหตุผล)
Credit : คุณ Astronaut072 : http://dmc.tv/forum/lofiversion/index.php/t5086.html
 

หลังจากผมไปค้นดูก็พบว่าเรื่องสนามแม่เหล็กโลกกลับทิศที่แปลมาจากเว็บนี้ ไม่ถูกอยู่หลายจุดครับ
มาดูเป็นข้อๆเลยละกันนะครับ

1.1 จากที่แปลมาบอกว่าจะเกิดอัตรายอย่างใหญ่หลวงต่อมวลมนูษยชาติ อาจทำให้สูญพันธุ์เลยก็ได้
มาดูข้อมูลจริงๆกัน
จากเว็บของ national geographic   http://news.nationalgeographic.com/news/20...thmagfield.html
- "The field has reversed many times in the past, and life didn't stop," said Gary Glatzmaier
- "The field is in constant flux, scientists say. But even without it, life on Earth will continue, researchers say."
 
1.2. แล้วที่บอกว่าจะมีผลต่อภูมิคุ้มกันของมนุษย์ล่ะ
ลองไปอ่านที่คำถาม 6D    http://istp.gsfc.nasa.gov/earthmag/magnQ&A1.htm#q6
จะพบคำตอบว่า
"I don't know about migrating animals (they may have magnetic organs, sort of built-in compasses), but there 
seem to exist no magnetic effects on DNA, resistance to antibiotics and so on; those changes seem more related
to chemistry."
คำตอบ คือ การเปลี่ยนแปลงของแม่เหล็กไม่มีผลต่อ DNA และภูมิคุ้มกันแต่อย่างใด และการทำนายที่ว่า 
จะเกิด
ผลร้ายต่อร่างกายมนุษย์นั้น ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าแกนแม่เหล็กจะต้องเป็นศูํนย์ แต่ในความเป็นจริง
แกนแม่เหล็ก
โลกจะไม่เป็นศูนย์แน่นอน
 
"This official scientific stance says that the magnetosphere which shields us from cosmic radiation would not 
  entirely disappear either"

1.3. แกนแม่เหล็กโลกจะพลิกกลับขั้วตอนปี 2012
จากเว็บของนาซ่า  http://science.nasa.gov/headlines/y2001/ast15feb_1.htm
ลองไปอ่านดูจะพบว่าที่ทำนายคือ แกนเม่เหล็กของ"ดวงอาทิตย์"จะพลิกกลับขั้วตอนปี 2012 ไม่ใช่ โลก
ซึงการกลับขั้วของดวงอาทิตย์จะเกิดทุกๆ 11 ปี ซึ่งเป็นวงรอบจำนวนของจุดดำบนดวงอาทิตย์ด้วย

สงสัยคนแปลคง่จะสับสนระหว่างการกลับขั้วของดวงอาทิตย์กับโลก เลยเอามาโยงเข้าด้วยกันซะอย่างงั้น  
และ
การกลับขั้วของดวงอาทิตย์ก็ไม่มีผลอะไรน่ากลัวด้วยซ้ำ เพราะมัีนกลับมาหลายรอบแล้ว ไม่เห็นมีใคร
เป็นอะไรเลย


แล้วที่เค้าทำนายจริงๆว่าแกนแม่เหล็กโลกจะกลับขั้วนั้นเมื่อไหร่?
"Earth’s magnetic field also flips, but with less regularity. Consecutive reversals are spaced 5 thousand years 
to 50 million years apart. The last reversal happened 740,000 years ago. Some researchers think our planet is 
overdue for another one, but nobody knows exactly when the next reversal might occur"
จะเห็นได้ว่ามันเกิดขึ้นได้ระหว่าง 5พันถึง 50 ล้านปี แต่ไม่มีใครสามารถตอบได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ อีกทั้ง
กระบวนการ
ในการกลับขั้วนั้นยาวนานเป็นพันๆปีด้วยซ้ำ และสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด การพลิกกลับขั้วแม่เหล็ก
อาจจะไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้

"But more likely than not what will happen is the original [field] will get stronger again and overwhelm the instability," 
  Glatzmaier said.
---------------------------------------------------------------------------------
เป็นการยืนยันให้เห็นว่าบทความต่างๆจากอินเตอร์เนทนั้นต้องตรวจสอบก่อนเสมอครับ
Credit : คุณมองอย่างแมว  http://dmc.tv/forum/lofiversion/index.php/t5086.html
 

     ปฏิทินมายา นับถอยหลัง ถึงวันสุดท้าย 22 ธันวาคม 2012
 
2. ชาวมายา (ชนเผ่ามายาแห่งอเมริกากลาง) ทำปฏิทินใช้เองตั้งแต่ 1,000 ปีที่แล้ว ชนเผ่ามายานี้มีความสามารถใน
การคำนวนการโคจร การเกิดดับของดวงดาวอย่างไม่น่าเชื่อ คือเขาสามารถคำนวนว่า โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์โดย
ใช้เวลา 365 วัน ตั้งแต่ 1,000 ปีที่แล้ว ซึ่งตรงกับปฏิทินที่ชาวโลกปัจจุบันใช้กัน  แล้วยังสามารถคำนวนเกี่ยวกับระบบ
สุริยะจักรวาลได้อย่างแม่นยำมาก

 
     

ชาวมายันคำนวนว่า 22 ธันวาคม 2012 เป็นวันสุดท้ายของปฏิทินและเป็นวันสุดท้ายของโลก

ชาวมายายังกำหนดวันสุดท้ายของปฏิทินของพวกเขาคือ วันที่ 22 ธันวาคม ค.ศ. 2012 (พ.ศ. 2555) พวกเขาบอกด้วย
ว่า  วันนั้นโลกจะถึงจุดสิ้นสุด (โดยบอกไว้เมื่อ 1,000 กว่าปีที่แล้ว) น่าแปลกมาก ทำไมมาตรงกับองค์การ NASA 

 
โลกก็จะไม่แตกสลายเพราะว่าสุดตัวเลขปฏิทินมายา หลังวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ.2012
2.1. ปฏิทินมายาทำนายว่า ปี ค.ศ. 2012 เป็นวาระสุดท้ายของโลกจริงหรือ?
 
Mayan Long Carlendar
ปฏิทินมายามีหลายแบบ แบบหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับปี ค.ศ. 2012 คือแบบที่เรียกกันว่า ปฏิทินรอบยาว (long count) 
ระบุวันด้วยชุดของตัวเลข ตัวเลขชุดนี้แทนวันที่ได้ยาวนาน 5,126 ปี เทียบกับวันที่ตามระบบปฏิทินสากลตั้งแต่ 
วันที่ 11 สิงหาคม 3114 ปีก่อนคริสต์กาลไปจนสุดจำนวนเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 2012 


การสิ้นสุดของตัวเลขปฏิทินมายา หรือการครบจำนวนสูงสุดที่กำหนดไว้ในระบบนับวันระบบใด ระบบหนึ่ง จะ
แสดงถึงการสิ้นสุดของโลกเชียวหรือ


คอมพิวเตอร์สมัยก่อนก็มีระบบปฏิทินในตัวเครื่องที่แสดงวันเดือนปีได้จนถึงสิ้น ค.ศ.2000 อันเป็นที่รู้จัก
กันในนามของปัญหา Y2K แต่เมื่อสิ้นสุด ค.ศ.2000 โลกก็ไม่ได้แตกตามระบบนับวันของคอมพิวเตอร์


ทำนองเดียวกัน โลกก็จะไม่แตกสลายเพราะว่าสุดตัวเลขปฏิทินมายา หลังวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ.2012 
ปฏิทินมายาก็จะเริ่มนับรอบใหม่


 
3. คำทำนายของ Gordon-Michael Scallion เป็น ผู้หยั่งรู้อนาคต(futurist) มีญาณทัศนะ(Spiritual Visionary)  
คือ มองเห็นอนาคตด้วยญาณ มีความแม่นยำมาก เขาได้ทำนายว่า 
"น้ำกำลังจะท่วมโลก จนหลายประเทศหายไปจากแผนที่" 
ประเทศที่เป็นเกาะจะจมน้ำทั้งหมด ประชากรโลกที่รอดตายมีเพียง 10% เท่านั้น  เขาเชื่อว่าเหตุการณ์จะเกิด
ขึ้น ในระหว่าง ปี ค.ศ.1998-2012 (พ.ศ.2541-พ.ศ.2555) และ เขาได้สร้างแผนที่โลกใหม่หลังน้ำท่วม ครั้งใหญ่ 
ภายใต้ชื่อ Future Map Of The World ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1978 (พ.ศ.2521) ซึ่งประเทศไทยเหลือแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น

Gordon-Michael Scallion ได้มองเห็นภาพอนาคตของโลกเป็นครั้งแรก โดยก็มองเห็นตัวเองอยู่สูงขึ้นไปในอวกาศ
แล้วมองกลับลงมาบนโลก หลังจากนั้นอีกหลายปีก็เห็นภาพเดิมอีกครั้ง  ทำให้เข้าสามารถสร้าง แผนที่โลกในอนาคต 
ขึ้นมาและพิมพ์ในปีพ.ศ.2525 โดยนายGrodonเชื่อว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นในระหว่างปี 1998-2012(พ.ศ.2541-พ.ศ.2555)   
ซึ่งเหตุการณ์จะเกิดจาก 
  • ต้นเหตุสำคัญคือแผ่นดินไหวภูเขาไฟระเบิด อันเนื่องมาจาก
  • แผ่นทวีปของเปลือกโลกเคลื่อน โดยสภาพการเปลี่ยนแปลงจะเป็นไปในแต่ละพื้นที่ดังนี้
 
แผนที่นี้ ภายใต้ชื่อ Future Map Of The World ถูกสร้างขึ้นในปี 1978 (พ.ศ. 2521) 

เอเชีย -- เนื่องจากมีวงแหวนไฟ Ring of Fire)ผ่าน Asia ( แนวเขตรอยต่อของแผ่นเปลือกโลก (Plate boundary) 
โดยส่วนแนวเขตนื้เรียกว่า riff ) ทำให้เป็นเขตเกิดแผ่นดินไหวสูง ยังผลให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในเขตนี้ โดย
จะเกิดน้ำท่วมใหญ่  ตั้งแต่ ฟิลิปปิน ญี่ปุ่น ไปจนถึงทะเลแบริ่ง (เป็นช่องแคบอยู่ระหว่างรัฐอะแลสกา กับรัสเชีย) 
รวมทั้ง หมู่เกาะคูริน และ เกาะแซคาลิน (เป็นของรัสเชีย อยู่ใกล้กับ ฮอกไกโด ญี่ปุ่น) เนื่องมาจากแผ่นแปซิฟิก
เคลื่อน
 (Pacific Plate shift) ไป 9 องศา  
  • เกาะญี่ปุ่น จะจมเหลือไวเพียงแค่ 2-3 เกาะเล็กๆเท่านั้น  
  • ไต้หวัน และ เกาหลี ส่วนใหญ่จะหายไปในทะเล    และด้วยเหตุที่แผ่นโลกเคลื่อนตัวนี้
  • แนวฝั่งของจีน จะเลือนร่นเข้าไปในแผ่นดินใหญ่หลายร้อยไมล์  
  • อินโดนีเซีย จะถูกทำลาย  ถึงแม้ว่าจะมีเกาะใหม่เกิดขึ้นมาด้วยก็ตาม
  • ฟิลิปปินส์ จะถูกกลืนหายลงไปในทะเล 
   เอเซีย จะได้รับความสูญเสียอย่างหนักจากการเปลี่ยนแปลงใหญ่ครั้งนี้ และจะมีแผ่นดินใหม่เกิดขึ้นด้วย 
 
สิ่งที่ความพิจารณาจากคำทำนายนี้ก็คือ เอเชียอยู่บน 3 แผ่นทวีป คือ 
  1. แผ่นฟิลิปปินส์
  2. แผ่นอินโด-ออสเตรเลียน
  3. แผ่นยูเรเซียน(ไทย - จีน อยู่บนแผ่นนี้)
บริเวณที่ ไทย และ จีน อยู่เป็น เขตแผ่นดินยกตัว ดังนั้นหากเกิดการเปลี่ยนแปลง รุนแรงขึ้นจริงน่าจะเป็นไปในทางที่ทำให้
แผ่นดินยกตัวสูงขึ้นมากกว่า โดยที่ 


แผ่นแปซิฟิกที่ว่าเคลื่อนไป 9 องศานั้น ทิศทางการเคลื่อนที่ตามปกติก็จะเคลื่อนที่ในทิศทาง มุดตัวลงใต้
                    แผ่นทวีป ยูเรเซียน

บริเวณประเทศญี่ปุ่นและมุดตัวลงใต้แผ่นฟิลิปปิน และ 
แผ่นอินโด-ออสเตรเลียนมุดตัวใต้แผ่นยูเรเซียนบริเวณเทือกเขาหิมาลัยซึ่งการมุดตัวดังกล่าวจะทำให้ทวีป
                    ยกตัวขึ้น 

**ข้อพิสูจน์นี้ก็ได้แก่ ที่ราบสูงทิเบต เทือกเขาหิมาลัย และ อีสานของไทย ซึ่งถูกยกตัวสูงขึ้นจากเมื่อ 60-20 ล้านปีก่อน 
 
แผนที่ใหม่ทวีปอเมริกา
      ในส่วนของประเทศอื่นๆขออนุญาตไม่วิจารณ์นะครับ แต่เอามาให้ดูและพิจารณากันเอง 
 
  
 
  ภาพจำลองเหตุการณ์ ตึกใบหยก2 ทาวเวอร์  อาคารที่สูงอันดับ2 ของประเทศไทยจมอยู่ใต้น้ำครึ่งหนึ่ง

 

    แบบจำลองคอมพิวเตอร์ ทำนายการพลิกกลับขั้วของแม่เหล็กโลก 
                อาจนำมาสู่การสิ้นสุดอารยธรรมมนุษย์ในปี 2012
 
จากการทำงานของนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์จำนวนหนึ่ง ที่ได้ศึกษาปรากฎการณ์แกนโลกพลิกตัว บอกว่าโลก
และดวงอาทิตย์ ทั้งสองมีความเกี่ยวข้องกันและสัมพันธ์กัน โดยจะแลกเปลี่ยนพลังงานและใช้จนหมดกระบวนการ
หนึ่ง จนเกิดกระบวนการของการพลิกกลับขั้วเกิดขึ้น ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเกิดขึ้นเมื่อหลายล้านปีก่อน    เมื่อสัตว์จำพวก
ไดโนเสาร์ที่สาบสูญไปในช่วงเวลานั้น

ดาวนิบิรุชนดาวโลก
....ปัจจัยที่ ดาวนิบิรุชนดาวโลก ในปัจจัยข้อนี้มีโอกาสชนถึง 95 % โดยประมาณ ที่จะทำไห้โลกแตกและหายไปทั้งดวง
และอีก 3% โดยประมาณโลกจะหายไปส่วนหนึ่ง  ดาวโลกจะเกิดการขาดสมดุลทางด้านแรงโน้มถ่วงและทำให้ อาจ
จะ เกิดการเปลี่ยนวงโครจรและมนุษย์ตาย ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ 

...อีก 1%โดยประมาณ ดาวนิบิรุชนดวงจันทร์ ทำให้ดาวนิบิรุเปลี่ยนวงโคจรใม่ชนโลก  แต่สะเก็ดดวงจันทร์ จะตกลงมา
ยังพื้นโลก และเกิดความเสียหายอยู่ดี,ทำให้น้ำท่วมโลก เพราะไม่มีดวงจันทร์,ไม่เกิดปรากฎการน้ำขึ้นน้ำลง        

...และอีก 0.02 % โดยประมาณ ดาวนิบิรุเพียงแค่เฉียดโลกเฉยๆ ทั้ง 3เหตุการณ์ NASA วิเคราะห์ว่าจะเกิดขึ้น(พร้อมกัน) 
ในวันที่ 22 หรือ 21 ธันวาคม ค.ศ.2012 หรือ พ.ศ.2555

 
หลายคนจะได้เตรียมพร้อมพวกเราอาจจะไม่ใช่มนุษย์ที่ถูกเลือกให้มีชีวิตอยู่ต่อไป
แต่เราก็มีสิทธิที่เราจะได้ทำในสิ่งที่เราอยากทำก่อนตาย