gototop
Home » วิทยาการ ไอที โลกาภิวัฒน์ » สุกรี พัฒนภิรมย์ คดีคนดังทวิตเตอร์ @sugree “ชื่อผมขาย แต่ผมไม่ได้ตังค์”

การบริหาร/ความรู้ทั่วไป

Web Design by Softbiz+


ว็บนี้ สร้างด้วย Joomla! 1.5 โดย ทีมงานซอฟท์บิส+ update11.11.2014

 
สุกรี พัฒนภิรมย์ คดีคนดังทวิตเตอร์ @sugree “ชื่อผมขาย แต่ผมไม่ได้ตังค์”

เปิดใจคดีคนดังทวิตเตอร์ “ชื่อผมขาย แต่ผมไม่ได้ตังค์”-ข่าวไทยรัฐออนไลน์ 17 มกราคม 54

เปิดใจ สุกรี พัฒนภิรมย์ เจ้าพ่อทวิตเตอร์ หลังเจอมรสุมกระหน่ำ กับหนี้ที่ท่วมหัวกว่า 14 ล้านบาท รับโซเชียลเน็ตเวิร์กคือโลกมายา ยันไม่แขยงโลกไซเบอร์ แย้มเคยมีหมอดูทักปี 54 เจอวิกฤติทางการเงิน...


หลังจากมีกรณีถูกฟ้องโกงเงินกว่า 14 ล้านบาท ดูเหมือนจะเป็นโอกาสท่ามกลางวิกฤตที่ทำให้กูรูทวิตเตอร์อย่าง สุกรี พัฒนภิรมย์ (@sugree) ขวนขวายและกระตือร้นทำงานมากขึ้นจากเดิม เพราะต้องการนำเงินมาใช้หนี้จากธุรกิจที่เกิดขึ้น

แม้ในวันนี้ ยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องคดี แต่ด้วยความที่เป็นคนไอทีระดับกูรู และยังเป็นคนดังบนโลกทวิตเตอร์ อย่าง @sugree ทำให้ยิ่งตอกย้ำว่าโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก คือ ดาบ 2 คม ส่วนแนวคิดและวิสัยทัศน์บนโลกไซเบอร์ของกูรูคนนี้จะเปลี่ยนไปหรือไม่ และได้รับบทเรียนอะไรมาบ้าง ลองมาฟังคำตอบได้ ณ บัดนี้...

 

It Digest : หลังจากเจอข่าวนี้แล้วเป็นอย่างไรบ้าง

สุกรี : ส่วนตัวก็เครียดอยู่แล้วนะ แม้คนรอบข้างบอกว่าปกติจะทำตัวไร้สาระ แต่ช่วงนี้ส่วนตัวยังรู้สึกเศร้าๆ เซ็งๆ อยู่

It Digest : กระแสในทวิตเตอร์เป็นอย่างไรบ้าง
สุกรี : เป็นคำแนะนำของผู้มีประสบการณ์ แนะนำว่าไม่ให้ทำอะไรมาก ส่วนตัวก็ไม่รู้จะทำอะไรเหมือนกัน

It Digest : เคยคิดหรือไม่ว่าเรื่องดังกล่าวจะเป็นคดีความใหญ่โต
สุกรี : มั่นใจมากว่าจะต้องเป็นเรื่องใหญ่ เพราะมาถึงจุดนี้ เราทำธุรกิจแล้วหาเงินมาให้ทันตามที่เขาต้องการไม่ได้ เขาก็ต้องมาแบบนี้อยู่แล้ว และก็มีเสียงเตือนอยู่แล้ว ว่าอย่าเอาตัวเองมาเสี่ยงกับธุรกิจ เขาคิดว่าการเอาชื่อเสียงมาขู่จะทำให้ผมคิดมาก แต่ส่วนตัวก็บอกเขานานแล้วว่าไม่ได้มีชื่อเสียงอะไร เขาด้วยซ้ำที่ไม่อยากให้ผมบอกใคร

It Digest : วินาทีแรกที่คิดลงทุนทำธุรกิจ คืออะไร
สุกรี : เห็นว่าเป็นโอกาส และก็ยังมีเงินเก็บอยู่บ้าง

It Digest : ใช้ช่องทางไอทีทำธุรกิจด้วยหรือไม่
สุกรี : ไม่เกี่ยวกันเลย เพราะก่อนหน้านี้ทำธุรกิจมาก่อนอยู่แล้ว แต่ใช้เงินไม่มาก

It Digest : เป็นคนโพสต์ข้อความเชิญชวนทำธุรกิจผ่านทวิตเตอร์
สุกรี : เคยโพสต์ไว้ในเว็บบอร์ดแห่งหนึ่ง เป็นบอร์ดคนอื่นแต่เคยโพสต์มาประมาณ 5-6 ปี แต่ไม่ได้ใช้บ่อย หายไปประมาณ1ปี แล้วถึงเข้าไปโพสต์ใหม่ ตอนแรกผมนึกว่าส่วนตัวคิดว่าถูกโกง แต่เขากลับแตกเป็น 2 ประเด็น

It Digest : ตามข่าวบอกว่า เงิน 14 ล้าน
สุกรี : ก็ประมาณนั้นครับ

It Digest : มีระยะเวลาจัดการเรื่องนี้หรือไม่
สุกรี : ไม่แน่ใจแต่ปีนี้ก็ต้องขยันมากขึ้น รับงานที่มีรายได้เพื่อจะมีเงินมาใช้ตรงนี้

It Digest : มีวิธีหาเงินอย่างไร
สุกรี : ต้องหางานที่ได้เงินมากกว่าปกติ เพื่อนำมาตอบคำถาม แต่ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ เพราะผมไม่มีอะไรเลย พูดอะไรไปก็ยังไม่มีใครเชื่อ

It Digest : มาถึงวันนี้กับปัญหาที่เกิดขึ้น กลัวการใช้งานโลกออนไลน์หรือไม่
สุกรี : ไม่ครับ

It Digest : แต่บนโลกไซเบอร์ เหมือนชื่อสุกรีจะติดลบไปแล้ว
สุกรี : ก็ไม่เป็นไร ส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องปกติที่ต้องโดนวิจารณ์ เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว ไม่ว่าใครก็ต้องโดนวิจารณ์ แต่ก็ไม่รู้จะเถียงอะไร ยังไงซะสิ่งที่เขาต้องการคือ เงิน สิ่งที่ผมไม่มีคือ เงิน เพราะฉะนั้นทำงานหาเงิน คือวิธีที่ถูกต้องที่สุด

It Digest : หวั่นกระทบกับภาพกูรูไอทีหรือไม่
สุกรี : คำว่า "กูรู" ผมไม่ค่อยสนใจคำพวกนั้นเท่าไร กูรูจะเอียงไปที่ทวิตเตอร์มากกว่า ซึ่งไม่เคยทำเงินให้เลย แล้วเรื่องที่ผมถนัดก็มีไม่กี่คนที่รู้ว่าผมทำอะไรได้ ก็ไม่เกี่ยวกับเรื่องแบบนี้ เพราะว่าเวลาผมทำงาน ผมทำงานเสร็จแล้วผมได้เงิน ผมได้เอาเงินไปลงทุน แต่ชื่อเสียงที่ว่านี้ จะเกิดขึ้นตรงที่ไปขอเงินคนอื่นมาลงทุน ผมคงไม่คิดจะลงทุนอีกรอบแล้วล่ะ

It Digest : เข็ดกับการทำธุรกิจมั้ย
สุกรี : เข็ดแล้ว

It Digest : ถ้ามีใครชวนให้ไปลงทุนอีกจะทำหรือไม่
สุกรี : ผมคงลงแรงมากกว่า ทำธุรกิจแต่คงไม่ได้คิดชวนใคร ให้คนอื่นมาชวนดีกว่า

It Digest : ตั้งแต่เกิดเรื่อง มีงานเข้ามาเยอะมั้ย
สุกรี : ก็มีครั้บประมาณ 30-40% จากที่ไม่มีอะไรเลย คือ ปกติส่วนตัวไม่รับงานนนอก ไม่ใช่แบบคนรู้จัก ไม่ใช่เพื่อนที่หาใครไม่ได้แล้ว เพราะปกติไม่ได้ดิ้นรนหางาน

It Digest : เป็นโปรแกรมเมอร์
สุกรี : ใช่

It Digest : ตอนนี้ถ้ามีงานเข้ามาก็จะรับหมด
สุกรี : ไม่ครับ ไม่เชิงรับหมด รับเท่าที่ทำทัน และคุ้มกับเวลาที่เสียไป เพราะต้องทำงานให้มีประสิทธิภาพด้วย ไม่ใช่รับงานมาทำอย่างเดียว เพราะที่เขาจ้างไม่ใช่จ้างเพราะอยากช่วย แต่จ้างเพราะเขาอยากได้งานดีๆ เราก็แค่ทำงานดีๆ ให้

It Digest : ชื่อสุกรี เป็นชื่อขายบนโลกไซเบอร์
สุกรี : ชื่อผมขาย แต่ผมไม่ได้ตังค์นะ ทุกคนเห็นชื่อสุกรี เชื่อถือได้ แต่เวลาทำงานนี่ยังไงล่ะ เขาก็ไม่ได้มาสนใจ พอถึงเวลาทำข้อสอบเขาก็มาดูว่าผมทำได้จริงหรือเปล่า ทุกคนก็บอกว่าผมเก่ง แต่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมเก่งอะไร

It Digest : อยากจะฝากบอกอะไรถึงผู้ร่วมธุรกิจบ้าง
สุกรี : ไม่มีครับ มันผ่านมาแล้วให้ผ่านไป ถ้าเขาอยากจะทำเรื่องอะไรก็ไม่เป็นไร เพราะว่าส่วนตัวก็ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว จะไปบังคับอะไรเขาก็ไม่ได้ จะเอาเงินไปให้เขาเพื่อให้เรื่องเงียบก็ไม่ได้ เพราะไม่มีเงิน

It Digest : ถือว่าเป็นวิกฤตที่ร้ายแรงในชีวิต
สุกรี : ใช่ ถือว่าร้ายแรงที่สุดในชีวิต แต่ก็ถือว่าเป็นโอกาสอย่างหนึ่ง เวลามีหนี้ แล้วผมทำงานประเภทนี้ แล้วมันหางานง่ายขึ้น เพราะว่า หนี้เป็นเหมือนแรงบันดาลใจให้เราทำงาน ให้ขยัน แต่ก็เหมือนกับเราทำงานในบริษัท ส่วนใหญ่ เขาก็จะจูงใจให้เรากู้เงินบริษัทตัวเอง

It Digest : เกิดปีชงหรือเปล่า
สุกรี : ไม่รู้เหมือนกันแต่เคยอ่านหนังสือหมอดูต่างชาติที่ดังที่สุด เมื่อ 2 ปีที่แล้ว บอกไว้ว่า ผมจะเจอวิกฤตทางด้านการเงินในปี 2554 ตอนนั้นก็ขำอยู่เหมือนกัน

It Digest : เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้บทเรียนอะไรบ้าง
สุกรี : เวลาจะรับงานก็ต้องศึกษาคนให้ดีก่อน ให้ระวังตัวเองก่อนรับงานเพื่อให้มั่นใจว่าเราทำงานกับคนที่มีประวัติดี ไม่ใช่ดูเพียงผิวเผิน

It Digest : มุมมองคำว่า โซเชียลเน็ตเวิร์ก คือ โลกมายา
สุกรี : แต่ก่อนคิดอย่างนั้น ปัจจุบันก็คิดอย่างนั้นอยู่ แต่ก็ไม่เคยคิดว่าจะโจมตีกัน เพราะส่วนตัวไม่จำเป็นบอกรายละเอียดกับใคร เช่นเดียวกันผมก็ไม่ถามรายละเอียด

It Digest : ฝากถึงผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์บ้าง
สุกรี : การให้เกียรติกันเป็นสิ่งจำเป็น แต่ก็ต้องระวังตัว ส่วนงระแวงก็ต้องมีบ้างครับ.