gototop
Home » วิทยาการ ไอที โลกาภิวัฒน์ » ทิศทางเทรนด์ผู้บริโภค ปี 2011จะไปทางไหนดี?

การบริหาร/ความรู้ทั่วไป

Web Design by Softbiz+


ว็บนี้ สร้างด้วย Joomla! 1.5 โดย ทีมงานซอฟท์บิส+ update11.11.2014

 
ทิศทางเทรนด์ผู้บริโภค ปี 2011จะไปทางไหนดี?

             

ทิศทางเทรนด์ผู้บริโภคปี 2011
จะไปทางไหนดี???

ปี 2011 นับเป็นอีกปีที่มีความท้าทายสำหรับนักการตลาดอย่างยิ่งยวด เพราะนอกจากต้องเผชิญกับความท้าทายทางสภาวะเศรษฐกิจที่มีอัตราการขยายตัวไม่มากนักแล้ว ยังต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนทางการเมือง รวมไปถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่นับวันจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งจากรูปแบบการดำเนินชีวิตและทัศนคติ

ในบรรดาความท้าทายทั้งหมดทั้งมวล ต้องยอมรับว่าพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นสิ่งที่เหล่านักการตลาดสามารถรับรู้ล่วงหน้าและปรับตัวให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงได้มากที่สุด ด้วยการศึกษาหาข้อมูล โดยเราได้เกาะติดและรวบรวมพฤติกรรมหลักๆ ของผู้บริโภคจาก บริษัท แมคแคน  เวิลด์กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด และผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด โดยสามารถสรุปเทรนด์ที่จะเห็นเด่นชัดในปี 2011 ได้ดังนี้

 

5 เทรนด์ผู้บริโภคสุดฮอตปีหน้า

            นางสาววฤตดา วรอาคม ผู้อำนวยการคอนซูเมอร์ อินไซท์ บริษัท แมคแคน เวิลด์ กรุ๊ป จำกัด บริษัทแถวหน้าด้านการวิจัยด้านการตลาด ได้ทำการศึกษาแนวโน้มพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคปี 2011 ด้วยเครื่องมือที่มีชื่อว่า “แมคแคน พัลส์” ในกลุ่มคนเมืองอายุ 15-35 ปี หลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ซึ่งพบ 5 เทรนด์ผู้บริโภคที่น่าจับตามองในปีหน้า

เทรนด์ที่ 1 ผู้บริโภคจะก้าวสู่ยุคดิจิทัลมากขึ้น

จากการเปิดรับสื่อหลากหลาย และต้องการมีส่วนร่วมในการสร้างคอนเทนท์ผ่านสื่อดิจิทัล ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับกระแส โซเชียล เน็ตเวิร์ค ทิศทางดังกล่าวทำให้ผู้บริโภควัยรุ่นนิยมสื่อสารกันระหว่างบุคคลมากกว่าสื่อสารกับแบรนด์ ดังนั้นการสร้าง Brand Ambassador ขึ้นมาเป็นตัวแทนในการสื่อสารกับผู้บริโภค จึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจนอกเหนือไปจาก Brand Fan Page ในโซเชียล เน็ตเวิร์ค
 

เทรนด์ที่ 2 คือ การเข้าถึง สมาร์ทโฟน ได้อย่างกว้างขวางด้วยราคาถูกลง

จากการเปิดตัวของระบบปฏิบัติการ Androids ที่เริ่มแพร่หลาย จึงทำให้การเข้าถึงผู้บริโภคผ่านแอพพลิเคชั่น ต่างๆ ทาง สมาร์ทโฟน ได้ง่ายขึ้น ในรูปแบบเรียลไทม์ โดยสมาร์ทโฟนจะกลายเป็นสื่อที่ทำให้แบรนด์สามารถใกล้ชิดกับผู้บริโภคได้ทุกช่วงเวลาและสถานที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้ Mobile Application เพื่อสร้างอรรถประโยชน์โดยตรงกับตัวผู้บริโภคผ่านรูปแบบที่น่าสนใจ ซึ่งปัจจุบัน Application ที่ดึงดูดความสนใจของคนไทยได้มากที่สุดจะอยู่ในประเภท Avatar หรือที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายรูป

เทรนด์ที่ 3 SLOW IS THE NEW FAST

จากกระแสออนไลน์ที่ทำให้ผู้บริโภคสามารถรับรู้หรือค้นหาข้อมูลที่เป็นจริงได้มากขึ้น จะช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคเริ่มหันมาสนใจในเหตุและผลและรับรู้ถึงสิทธิในการบริโภคของตน ดังนั้นผู้บริโภคจึงเริ่มหันมาใส่ใจกับความเป็นมาของสิ่งที่ที่ตนเองบริโภคมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการการผลิตหรือที่มาของสินค้าต่างๆ และเพื่อตอบรับแนวโน้มพฤติกรรมดังกล่าว บรรดาแบรนด์ต่างๆ จึงควรที่จะหันมาให้ความสำคัญกับการสื่อสารแบบ Two-Way Communication ซึ่งหมายถึง การที่แบรนด์แสดงความจริงใจต่อผู้บริโภคด้วยการรับฟังความเห็น ความต้องการของผู้บริโภค และพร้อมที่จะแก้ไขปรับปรุง แทนที่จะมุ่งเน้นแต่การสื่อสารออกไปยังผู้บริโภคเพียงทางเดียว

เทรนด์ที่ 4 MEDIA GRAVITY

เนื่องจากผู้บริโภคไทยในยุคนี้อยู่ในสังคมที่แวดล้อมไปด้วยสื่อต่างๆ มากมาย ผู้บริโภคจึงขาดจุดสนใจในเลือกรับข้อมูลจากสื่อ ทั้งนี้การสร้างสื่อให้มีความน่าสนใจและน่าตื่นเต้นมากยิ่งขึ้นในอนาคต จึงต้องเน้นให้เกิด Interaction และ Participation กับตัวผู้บริโภค ในปีหน้าเทรนด์การใช้สื่อทั้ง Traditional Media และ New Media จะมีเรื่องของเทคโนโลยีมาเกี่ยวข้องมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น Interactive Outdoor หรือ การใช้สื่อ Across Platform เช่น การใช้ QR Code เชื่อมต่อไปยัง Website หรือการสร้าง Augmented Reality ผ่านการใช้ Print Ad กับ Web Camera นอกจากนี้แบรนด์ต่างๆ ยังอาจนำสื่อต่างๆ มาเล่นกับเรื่องของช่วงเวลาที่แตกต่างกันในแต่ละวันของผู้บริโภค

เทรนด์ที่ 5 LIFE IN A CLOUD

ด้วยรูปแบบชีวิตในเมืองที่มีลักษณะ On-the-go มากขึ้น ผู้บริโภคหันมาเรียนรู้และยอมรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อสร้างความสะดวกสบายในกับชีวิต ตัวอย่างเทคโนโลยีที่มีให้เห็นในเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็น Mobile Banking หรือ Movie Ticket Vending Machine ซึ่งแม้จะเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ ก็ได้ทำให้มุมมองการใช้ชีวิตของผู้บริโภคเปลี่ยนไปและเริ่มแสวงหาชีวิตในฝัน ดังนั้นแบรนด์ที่ตั้งเป้าในการเป็นผู้นำตลาด จึงต้องมองหาการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ที่ไม่ซ้ำใครเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ซับซ้อนขึ้น
 

          จากการสำรวจเทรนด์พฤติรรมผู้บริโภคที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดอย่างนายธีรพล แซ่ตั้ง ให้ความเห็นสอดคล้องต้องกันว่า เทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคที่จะเห็นในปีหน้าอย่างชัดๆ ก็คือ การเข้าสู่ยุคโซเลี่ยล เน็ตเวิร์กกิ้งมากขึ้น และการใช้เครือข่ายออนไลน์ของผู้บริโภคจะไม่ได้ถูกจำกัดเพียงแค่ในจอคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงโทรศัพท์มือถืออย่างสมาร์ทโฟนอีกด้วย เนื่องจากราคาที่ถูกลงและสามารถเชื่อมต่อโลกออนไลน์ได้สะดวกขึ้น

           เขา ชี้ด้วยว่า จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เข้าหาสื่อสังคมออนไลน์เพิ่มขึ้นนี้ ทำให้ปีหน้าการเลือกใช้สื่อของบรรดาสินค้าต่างๆ ต้องปรับเปลี่ยนไปด้วย โดยจะมีการใช้โซเชี่ยล มีเดียมากขึ้น หรือมีการผสมผสานการใช้สื่อ (Across Platform) ระหว่างเทรดดิชั่นแนล มีเดีย และ นิว มีเดีย มากขึ้นเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เปิดรับข้อมูลในหลากหลายช่องทาง

           เช่น การใช้
QR Code เชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ โดยพบว่ากลุ่มสินค้าประเภทเทคโนโลยี, สินค้าไลฟ์สไตล์, สินค้าอุปโภค บริโภค เป็นกลุ่มหลักๆ ที่ให้ความสำคัญกับเทรนด์ผสมผสานการใช้สื่อเก่าและนิวมีเดีย เพื่อทำให้แบรนด์มีการสื่อสารกับผู้บริโภคในยุคดิจิทัล และบางแบรนด์อาจจะนำเอานิวมีเดียมาใช้เป็นตัวหลัก

          นอกจากนี้การสื่อสารสร้างแบรนด์ของแบรนด์สินค้าต่างๆ ยังจะมุ่งสื่อสารผ่านออนไลน์ เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภค เข้ามามีส่วนร่วมกับกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น เพื่อสร้างให้แบรนด์เป็นฮีโร่ เป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ผู้บริโภค ต่างจากเดิมที่แบรนด์จะมุ่งพัฒนาสินค้าของตนเอง แต่เทรนด์ในปีหน้าจะมุ่งสร้างประโยชน์ให้สังคม และเป็นลักษณะเฉพาะส่วนบุคคลมากขึ้นด้วย (Individual Social Responsibility :ISR)

ที่มา   http://www.ncn.in.th/main/scoop_detail.php?media_id=MTQx