gototop
Home » แฟ้มข่าว อสังหาริมทรัพย์ » ตลาดคอนโดมิเนียมพัทยา ปี 2554 สดใส

การบริหาร/ความรู้ทั่วไป

Web Design by Softbiz+


ว็บนี้ สร้างด้วย Joomla! 1.5 โดย ทีมงานซอฟท์บิส+ update11.11.2014

 
ตลาดคอนโดมิเนียมพัทยา ปี 2554 สดใส

กรุงเทพธุรกิจ  bangkokbiznews.com วันที่ 15 มีนาคม 2554

           ตลาดคอนโดมิเนียมพัทยาอยู่ในสภาพแข็งแกร่ง อุปทานในปี 2553 มีจำนวนสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2540พบหาดจอมเทียนกำลังซื้อสูง70%

           รายงานสภาวะการตลาดฉบับล่าสุดของคอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย (Colliers International Thailand) ชี้ให้เห็นว่าตลาดคอนโดมิเนียมพัทยาอยู่ในสภาพแข็งแกร่ง อุปทานในปี 2553 มีจำนวนสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา ในปีที่ผ่านมามีคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จประมาณ 4,700 ยูนิตเปิดขายและเปิดตัว 3,400 ยูนิต กำลังซื้อยังคงแข็งแกร่งในทุกพื้นที่โดยดูจากการที่ตลาดดูดซับอุปทานใหม่ได้ดี

            “ตลาดพัทยาไม่ต้องเกรงเรื่องฟองสบู่แบบที่หลายคนวิพากษ์วิจารณ์ตลาดในกรุงเทพ ณ ขณะนี้” นายแอนโทนี่ พิคอน ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของคอลลิเออร์สฯ กล่าว

            ในย่านจอมเทียน อัตราการซื้อยังคงสูงถึงประมาณ 70% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความนิยมในตัวคอนโดมิเนียมที่ค่อนไปทางตลาดล่าง

            นายมาร์ค โบว์ลิ่ง ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายขายที่อยู่อาศัยของคอลลิเออร์สฯสาขาพัทยาซึ่งตั้งอยู่บนถนนพัทยาสาย 2 ตรงข้ามเซ็นทรัล เฟสติวัล เผยว่า คอนโดมิเนียมในดวงใจแห่งใหม่ในพัทยาได้แก่โคซี่ บีช ที่เขาพระตำหนัก “คอนโดมิเนียมหลายโครงการกำลังอยู่ระหว่างก่อสร้างหรือในช่วงต้นๆ ของการขายและทำการตลาด” นายมาร์ค โบว์ลิ่งให้ข้อมูล เดอะ คลิฟฟ์ของโนวา กรุ๊ปเป็นแห่งแรกที่เข้าร่วมชิงชัยในช่วงปลายปี 2552 และประสบความสำเร็จโดยขายได้ประมาณ 70% จากจำนวนห้องที่มีอยู่ 427 ยูนิตภายในเวลาเพียง 12 เดือนเศษ “นับเป็นความสำเร็จอย่างสูงเมื่อคำนึงถึงสภาวะทางเศรษฐกิจในช่วงเวลาดังกล่าว” นายมาร์ค โบว์ลิ่งเสริม

            หลังจากความสำเร็จของเดอะ คลิฟฟ์ของ โนวา กรุ๊ป โครงการเลเจนด์โคซี่บีช คอนโดมิเนียมในระดับราคาไล่เลี่ยกัน ก็เปิดตัวตามมาติดๆ ซึ่งเมื่อรวมกับคอนโดฯที่เป็นอาคารสูงอีกห้าโครงการในพื้นที่เดียวกัน จะทำให้อุปทานในช่วงปี 2555 ถึง 2556 เพิ่มสูงขึ้นอีกหลายพันยูนิต ในย่านวงศ์อมาตย์ยังคงมีอุปทานเพิ่มเติมในปี 2556 จากสามโครงการหรูขนาดใหญ่ ได้แก่ โครงการเดอะ ปาล์ม โครงการซาร์ย และโครงการดับเบิลยู ทาวเวอร์ ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปได้ไม่นาน

           นายปฏิมา จีระแพทย์ กรรมการผู้จัดการ คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่าความสำเร็จของพัทยาเกิดจากปัจจัยหลายประการ ตั้งแต่การเปิดห้างสรรพสินค้าหลายแห่ง เช่น ห้างเซ็นทรัล เฟสติวัล ทำให้มีทางเลือกสำหรับแหล่งบันเทิงและร้านอาหารที่หลากหลายมากขึ้น การเดินทางสู่กรุงเทพฯที่รวดเร็วมากขึ้น และมีแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะกับกลุ่มครอบครัวจำนวนมากขึ้น

          “
นี่คือเหตุผลว่าทำไมคนไทยจำนวนมากจึงซื้ออสังหาริมทรัพย์ในพัทยามากอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน” นายปฏิมากล่าวเสริม

           นายมาร์ค โบว์ลิ่ง เปิดเผยอีกว่าในพัทยามีบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ท้องถิ่นที่มั่งคงหลายแห่ง ซึ่งสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อโดยพิจารณาจากความน่าเชื่อถือตั้งแต่โครงการยังไม่ได้ลงมือก่อสร้าง “บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ท้องถิ่นอย่างโนวากรุ๊ป, ไฮท์สโฮลดิ้ง, อีกัวน่า, วิวทะเล, และรัตนากรแอสเซ็ท มีผลงานอันน่าเชื่อถือในการก่อสร้างโครงการแล้วเสร็จไปแล้วหลายโครงการ”

           นายมาร์ค โบว์ลิ่ง ยังเสริมว่า “นอกจากนั้นยังมีบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังในตลาดหลักทรัพย์อีกสองเจ้าได้แก่ ไรมอนแลนด์และเมเจอร์ดีเวลลอปเม้นท์ที่กำลังพัฒนาโครงการเพื่อขอเข้ามามีส่วนแบ่งในตลาดที่นี่ด้วย และยังเป็นเมืองที่อีกหลายบริษัทคอยจับตามองอยู่” นายมาร์ค โบว์ลิ่งเสริม

           แม้เงินบาทยังคงแข็งค่าอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่ผู้ซื้อชาวต่างชาติจากแถบยุโรป สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกายังคงซื้ออสังหาริมทรัพย์ในพัทยาจำนวนมาก อย่างไรก็ตามอำนาจในการจับจ่ายนั้นจำกัดอยู่ในช่วงราคาที่เป็นที่นิยม ระหว่างสามถึงหกล้านบาท นายมาร์ค โบว์ลิ่งให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “
ตลาดกลุ่มดังกล่าวยังมีช่องว่างอีกมากเนื่องจากเราเห็นนักออกแบบและสถาปนิกคิดค้นนวัตกรรมใหม่มากมายเพื่อใช้พื้นที่จำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด ราคาขายจึงลดลงโดยไม่ส่งผลกระทบต่อทำเล สิ่งอำนวยความสะดวก และที่สำคัญที่สุดคือคุณภาพ

            ตลาดรัสเซียกลายมาเป็นตลาดที่ต้องให้ความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณเขาพระตำหนักและวงศ์อมาตย์ นักท่องเที่ยวจากอินเดียและตะวันออกกลางที่เพิ่มจำนวนขึ้นก็เป็นอีกหนึ่งโอกาสในอนาคต

           นักท่องเที่ยวจากประเทศเหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วปรารถนาจะซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่นี่เป็นอย่างยิ่ง แต่ยังคงต้องไตร่ตรองให้รอบคอบ เนื่องจากมีงบประมาณไม่มากนัก อย่างไรก็ตามผมคาดการณ์ว่าประเทศดังกล่าวจะกลายมาเป็นแรงซื้อสำคัญในตลาดอสังหาริมทรัพย์พัทยาในอนาคตอันใกล้นี้ เช่นเดียวกับที่ชาวรัสเซียเคยเริ่มขึ้นอย่างช้าๆ เมื่อหลายปีก่อน

  

ที่มา   http://www.bangkokbiznews.com