gototop
Home » แฟ้มข่าว อสังหาริมทรัพย์ » รัฐออกมาตรการ กระตุ้นอสังหาฯ 54 กู้ซื้อบ้านดอกเบี้ย 0% (ข่าว 28-4-2554)

การบริหาร/ความรู้ทั่วไป

Web Design by Softbiz+


ว็บนี้ สร้างด้วย Joomla! 1.5 โดย ทีมงานซอฟท์บิส+ update11.11.2014

 
รัฐออกมาตรการ กระตุ้นอสังหาฯ 54 กู้ซื้อบ้านดอกเบี้ย 0% (ข่าว 28-4-2554)

ประชาชาติธุรกิจ   วันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2554   หน้า 1

อสังหาฯอัดแคมเปญโละหมื่นยูนิต รับรัฐเท5หมื่นล.ให้กู้ซื้อบ้านดบ.0%

อสังหาฯเฮลั่น รัฐออกมาตรการประชานิยมโค้งสุดท้าย ปล่อยกู้ซื้อบ้านดอกเบี้ย 0% 2 ปี ฟรีค่าโอน-จดจำนอง วงเงิน 5 หมื่นล้าน คาด 2 เดือนเกลี้ยง ระบายบ้าน-คอนโดฯค้างสต๊อกได้ 1 หมื่นยูนิต บริษัทพัฒนาที่ดินปรับแผน แข่งประชันแคมเปญรอบใหม่กระตุ้นการตัดสินใจ ชี้โบรกเกอร์บ้านมือสองพลอยได้รับส้มหล่นด้วย

          มาตรการช่วยเหลือผู้ซื้อบ้านด้วยการจัดทำโครงการให้สินเชื่อซื้อที่อยู่อาศัยอัตราดอกเบี้ย 0% ช่วง 2 ปีแรก สำหรับซื้อบ้านหลังแรกราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท และโครงการแปลงเช่าเป็นซื้อ สำหรับผู้เช่าบ้านที่ต้องการจะซื้อบ้านเป็นของตนเอง วงเงินไม่เกิน 1.5 ล้านบาท โดยรัฐจะจัดสรรวงเงินสินเชื่อให้ 5 หมื่นล้านบาท ได้รับการขานรับจากผู้ประกอบ การอสังหาริมทรัพย์อย่างมาก

ขายบ้าน-คอนโดเพิ่มหมื่นหน่วย

           นายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจ บ้านจัดสรร เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า มาตรการภาครัฐในเรื่องนี้ถือเป็นนโยบายที่ดี ในมุมมองของตนประเมินว่า น่าจะช่วยให้เกิดการเร่งโอนกรรมสิทธิ์บ้านและคอนโดมิเนียมมากขึ้น จากเดิมคาดว่าสิ้นปีนี้ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล น่าจะมียอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย 1.4-1.5 แสนหน่วย ลดลงจากปีก่อนที่มีประมาณ 1.7 แสนหน่วย เมื่อมีมาตรการนี้คาดว่ายอดโอนน่าจะเพิ่มขึ้นอีก 1 หมื่นหน่วยเป็น 1.5-1.6 แสนหน่วย

"เดอะ คอนฟิเด้นซ์" เร่งสร้าง

           นายบุญมี รัตนนุกรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ คอนฟิเด้นซ์ จำกัด ผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยภายใต้แบรนด์ "เดอะ ทรัสต์" ราคาเริ่มต้นยูนิตละ 1 ล้านบาทเศษ กล่าวว่า เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน บริษัทได้ประชุมหารือกับผู้รับเหมาก่อสร้างเพื่อแจ้งให้เร่งการก่อสร้างบ้านให้ทันหรือเร็วกว่ากำหนดส่งมอบ ซึ่งมาประจวบเหมาะกับที่รัฐบาลมีมาตรการช่วยผู้ซื้อบ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทพอดี และล่าสุดได้ออกนโยบายให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายแจ้งเรื่องดังกล่าวให้ลูกค้ารับทราบ และเตรียมนำข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการลงประชาสัมพันธ์ในเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ของบริษัท เพื่อสื่อสารให้ลูกค้ารับทราบในวงกว้าง

Q3 สินเชื่อ 5 หมื่น ล.เกลี้ยง

           ขณะที่นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) มองในทำนองเดียวกันว่า ถือเป็นนโยบายที่ดีที่รัฐบาลให้ความสำคัญในการช่วยผู้ซื้อบ้านระดับกลาง-ล่าง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัยจริง และเชื่อว่าจะกระตุ้นการซื้อที่อยู่อาศัยได้มากกว่ามาตรการกระตุ้นอสังหาฯที่หมดลงเมื่อปลายปี 2553 ที่ผ่านมา หากมาตรการนี้ประกาศใช้ได้ภายในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมนี้ คาดว่าภายในช่วงไตรมาส 3 วงเงินปล่อยสินเชื่อของ ธอส.ที่เตรียมไว้ 5 หมื่นล้านบาทน่าจะหมดลง เท่ากับผู้ประกอบการอสังหาฯที่มีแบ็กล็อก (ยอดขายรอโอน) ในเดือนพฤษภาคม-กันยายนนี้จะเป็นกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์

บิ๊กแบรนด์-บ้านมือสองส้มหล่น

           แหล่งข่าวจากวงการอสังหาฯอีกรายเปิดเผยเพิ่มเติมว่า มาตรการที่จะออกมานอกจากจะส่งผลดีต่อบ้านและ คอนโดฯที่ค้างอยู่ในมือผู้ประกอบการแล้ว ยังส่งผลดีต่อบ้านมือสองในมือของบริษัทตัวแทนนายหน้าอสังหาฯและเจ้าของรายย่อยด้วย โดยในส่วนของบริษัทพัฒนาที่ดินนั้น กลุ่มที่มีบ้านและคอนโดฯรอขายอยู่ในมือมีทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่ รายกลาง รายเล็ก เท่ากับว่าได้รับอานิสงส์จากมาตรการดังกล่าวกันทั่วหน้า เนื่องจากเวลานี้ผู้ประกอบการบิ๊กแบรนด์เกือบทั้งตลาดขยายฐานเจาะลูกค้าเกือบทุกเซ็กเมนต์ โดยเฉพาะบ้านระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท/ยูนิต ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ ผู้ประกอบการรายใหญ่เกือบทุกค่ายต่างมีโปรดักต์อยู่ในมือ ขณะเดียวกันปฏิเสธไม่ได้ว่าในส่วนของคอนโดฯในเมือง และคอนโดฯแนวรถไฟฟ้าซึ่งส่วนใหญ่ระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท/ยูนิต ก็ได้รับส้มหล่นแบบคาดไม่ถึงด้วย

แจงตัวเลขสต๊อกบ้านพร้อมโอน

           ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" สำรวจบ้านสร้างเสร็จพร้อมโอนในสต๊อกของผู้ประกอบการอสังหาฯ อาทิ บจ.กานดาพร็อพเพอร์ตี้ มีบ้านสร้างเสร็จพร้อมโอน 400 ยูนิต จาก 7 โครงการ มูลค่า 700 ล้านบาท, บจ.เดอะ คอนฟิเด้นซ์ มี 30 ยูนิต จาก 1 โครงการ มูลค่า 60 ล้านบาท, บมจ.เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ 70-80 ยูนิต จาก 13 โครงการ มูลค่าเกือบ 200 ล้านบาท, บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท มีบ้านสร้างเสร็จพร้อมโอน มูลค่าประมาณ 1,500 ล้านบาท และบ้านระหว่างสร้างที่จะแล้วเสร็จภายใน 3 เดือนข้างหน้าอีก 800 ล้านบาท ฯลฯ

            ขณะที่ข้อมูลของศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (AREA) บ้านที่สร้างเสร็จ 100% เฉพาะบ้านใหม่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลที่ยังอยู่ในมือผู้ประกอบการสำรวจ ณ เดือนธันวาคม 2553 มี 15,569 หน่วย แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 2,870 หน่วย บ้านแฝด 1,004 หน่วย ทาวน์เฮาส์ 1,858 หน่วย อาคารพาณิชย์ 330 หน่วย และห้องชุดพักอาศัย 11,365 หน่วย

แบงก์พาณิชย์ชี้กระทบฐานลูกค้า

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ให้ความเห็นว่า โครงการสินเชื่อบ้านของภาครัฐน่าจะกระทบฐานลูกค้าของธนาคาร และทำให้ธนาคารพาณิชย์ซึ่งมีต้นทุนจ่ายดอกเบี้ยในระดับที่สูงกว่าสูญเสียลูกค้าไปบางส่วน

          "ปัจจุบันลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารพาณิชย์มีอัตราการกู้เฉลี่ยอยู่ที่ 2.5 ล้านบาท/ราย ขณะที่ ธอส.มีการกู้เฉลี่ย 1 ล้านบาท/ราย การปล่อยกู้ไม่เกินวงเงิน 3 ล้านบาทของรัฐบาลจึงเป็นฐานลูกค้ากลุ่มเดียวกับธนาคารพาณิชย์ ถ้าจะให้เป็นการเท่าเทียมกัน รัฐบาลควรจะดำเนินโครงการผ่านทางธนาคารของรัฐและธนาคารพาณิชย์ หรือมีการแบ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ชัดเจนว่าเป็นลูกค้าใหม่หรือเก่า เพื่อกลุ่มลูกค้าจะได้ไม่ทับซ้อนกัน และเมื่อโครงการดังกล่าวออกมาจริง ธนาคารคงไม่ออกแคมเปญแข่งเพราะคาดว่าวงเงิน 50,000 ล้านบาท จะปล่อยสินเชื่อหมดใน 1-2 เดือน"

           เช่นเดียวกับที่นายทินกร บุณยกะลิน ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อย ธนาคารกรุงไทย มองว่า โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยผู‰มีรายได้น้อย เพียงแต่การปล่อยกู้ซื้อบ้านในวงเงินไม่เกิน 3 ล้านบาท จะกระทบฐานลูกค้าของธนาคารพาณิชย์ส่วนหนึ่งด้วย

           ด้านแหล่งข่าวจากธนาคารพาณิชย์อีกรายหนึ่งระบุว่า โครงการสินเชื่อของภาครัฐที่จะออกมาเป็นการกระตุ้นให้คนมีการออมเงินมากขึ้น เพราะส่วนใหญ่คนไทยมีการออมเงินค่อนข้างน้อย ดังนั้นเมื่อมีโครงการออกมาจะส่งผลดีต่อภาพรวม และทำให้ประชาชนมีบ้านเป็นของตนเองมากขึ้น ส่วนผลกระทบต่อธนาคารพาณิชย์คงมีบ้าง และธนาคารพาณิชย์ต้องปรับตัวรองรับ

ที่มา   prachachat.net