gototop
Home » แฟ้มข่าว อสังหาริมทรัพย์ » สรุปตลาดคอนโดมิเนียมไทยครึ่งปีแรก 2554

การบริหาร/ความรู้ทั่วไป

Web Design by Softbiz+


ว็บนี้ สร้างด้วย Joomla! 1.5 โดย ทีมงานซอฟท์บิส+ update11.11.2014

 
สรุปตลาดคอนโดมิเนียมไทยครึ่งปีแรก 2554

สรุปภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมไทยครึ่งปีแรก 2554 Q 2

วันที่ 25 กรกฎาคม 2554 17:05 น. ที่มา thaipr.net Century21

           ในครึ่งแรกของปี 2554  ที่ผ่านมามีหลายปัจจัยที่มีผลต่อตลาดคอนโดมิเนียมของกรุงเทพฯอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในไตรมาสที่ผ่านมา นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ได้ทายอดขายสูง แต่กาไรสุทธิที่เกิดขึ้นจริงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนนั้นลดลงอย่างเห็นได้ ชัด ในขณะที่มีจานวนคอนโดมิเนียมในหลายพื้นที่เกินความต้องการมากขึ้น ทาให้นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เหล่านี้ต้องเปิดตัวแคมเปญส่งเสริมการขายเพื่อ กระตุ้นกลุ่มลูกค้ามากขึ้น

          นับตั้งแต่วิกฤตการณ์เศรษฐกิจการเมืองส่งผลทางการเงิน ที่มีผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อคอนโดมิเนียมในกลุ่มผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย แนวโน้มนี้คาดว่าจะส่งผลกระทบเริ่มจากปลายปีและอีก 3-5 ปีถัดจากนี้ อย่างไรก็ตามความต้องการสาหรับคอนโดมิเนียมที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ที่มีจานวนลดลงเหล่านี้ เกิดขึ้นเนื่องมาจากผลกระทบโดยตรงจากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ อัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้น ราคาน้ามัน วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างและตกแต่งคอนโดมิเนียม ตลอดจนอัตราค่าจ้างแรงงานที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย ในขณะที่ราคาซื้อ - ขายคอนโดมิเนียมยังคงมีเสถียรภาพในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2554

ไตรมาสที่ 2 ปี 2554

          จากผลการศึกษาพบว่า ในปัจจุบันมีจานวนคอนโดมิเนียมทั้งหมดประมาณ 42,000 หน่วย รวมถึงหุ้นที่ไม่มีการซื้อขายในตลาดและคอนโดมิเนียมใหม่ที่เปิดตัวในช่วงที่ ผ่านมามีการเก็บสถิติข้อมูลในเฉพาะเขตกรุงเทพฯ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2553 และในช่วงสี่เดือนแรกของปี 2554 นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เปิดตัวโครงการรวมทั้งสิ้น 45 โครงการ เป็นจานวน 20,000 หน่วย จากโครงการเหล่านี้ 15,000 หน่วยเป็นจานวนคอนโดมิเนียมจาก 19 โครงการใหม่ซึ่งมาจากนักพัฒนาที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์และอีก 5,000 หน่วยจาก 26 โครงการที่นักพัฒนาไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์

          จากรายงานทางการเงินแสดงให้เห็นว่า ในไตรมาสแรกของปี 2554 นักพัฒนาอสังหาาริมทรัพย์ไทยต่อสู้กับต้นทุนการก่อสร้างและอัตราดอกเบี้ยที่ เพิ่มสูงขึ้น และความต้องการในการซื้อคอนโดมิเนียมที่ลดลง ตัวเลขจากรายงานยังแสดงให้เห็นว่ากาไรสุทธิในไตรมาสแรกของปี 2554 ลดลงต่ากว่าไตรมาสแรกของปี 2553

          ผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในปัจจุบันมีการใช้ระยะเวลาตัดสินใจในการซื้อ บ้านและคอนโดมิเนียมเพื่ออยู่อาศัย ด้วยเหตุผลจากสภาวะสิ่งแวดล้อมต่างๆ อันได้แก่ การเตรียมการจัดตั้งรัฐบาลพรรคการเมืองใหม่ ส่งผลให้เกิดอัตราดอกเบี้ย 0 สาหรับ 2-5 ปีแรกของการจานองบ้าน และอัตราดอกเบี้ยต่าร้อยละ 1 สาหรับ 10 ปีแรก เป็นต้น ในโดยเฉพาะในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาความต้องการที่อยู่อาศัยมีจานวนลดลงมาก ที่สุด เนื่องมาจากผู้ที่จะเลือกซื้อที่อยู่อาศัยนั้นมีการคาดการณ์และรอผลการจัด ตั้งคณะรัฐบาล โดยมีจานวนผู้ซื้อบ้านและคอนโดมิเนียมอย่างน้อยร้อยละ 30-35 ที่ชะลอการตัดสินใจการซื้อที่อยู่อาศัยจากปัจจัยภาวะการเปลี่ยนแปลงทางการ เมืองครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าความต้องการที่อยู่อาศัยใหม่จะลดลงร้อยละ 10 ในห้าเดือนแรกของปีนี้ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2553 นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก็ยังคงเปิดโครงการที่อยู่อาศัยใหม่อย่างต่อเนื่อง จากการสารวจล่าสุดพบว่า มีนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เปิดตัวโครงการใหม่เพื่อที่จะเพิ่มยอดขายในไตรมาส ที่สองในปีนี้ ซึ่งเป็นยอดขายที่ต่ากว่าที่คาดไว้ในช่วงสามเดือนแรก

          ในปีหน้าผู้ซื้อที่อยู่อาศัยจะต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่สูงเพิ่มขึ้น หลังจากที่กรมธนารักษ์ประเมินราคาที่ดินทั่วประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 10-50 ซึ่งจะมีผลในวันที่ 1 มกราคม 2555 กรมธนารักษ์ยังได้ประเมินราคา โครงการคอนโดมิเนียมจานวนกว่า 4,600 หน่วยด้วย การประเมินราคาเหล่านี้จะทาให้ราคาคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยร้อยละถึง กว่า 15-20 คาดว่าผู้ซื้อจะต้องจ่ายเพิ่มสาหรับโครงการที่ตั้งอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้า BTS หรือรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT เนื่องจากราคาที่ดินที่อยู่ใกล้ระบบขนส่งมวลชนเหล่านี้เพิ่มขึ้นในอัตราสูง สุด นอกจากนี้เรายังเห็นราคาโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ที่ยังคงจะเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากราคาก่อสร้างและต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย

          ในช่วงครึ่งหลังของปี 2554 เราได้ประมาณการว่าจานวนคอนโดมิเนียมจะมีถึงประมาณ 30,000 หน่วย นอกจากนี้เรายังคิดว่านักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทย จะเร่งการเปิดตัวโครงการและเริ่มการก่อสร้างก่อนที่ราคาที่ดินและโครงการ อาคารชุดที่พักอาศัยจะถูกประเมินซึ่งจะมีผลในปีถัดไป การปรับตัวนี้ เกิดขึ้นเพื่อให้โครงการอสังหาริมทรัพย์เหล่านี้มีราคาที่ไม่แพงและสามารถ แข่งขันในตลาดได้ ทีมวิจัยเซ็นจูรี 21 ประเทศไทย คาดการณ์ว่าตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯจะมีความตื่นตัวมากขึ้นหลังจากการจัด ตั้งรัฐบาลใหม่ พร้อมทั้งนโยบายจากรัฐบาลใหม่นั้นมีการประกาศและการดาเนินงานที่มุ่งกระตุ้น ตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างชัดเจน นอกจากนี้การปรับราคาที่ดินและคอนโดมิเนียมยังช่วยกระตุ้นตลาดอีกด้วยอาจพบ ว่า ความต้องการของตลาดที่จะเลือกซื้อที่อยู่อาศัยมีการขยับเพิ่มขึ้นอย่างรวด เร็วในปลายปีนี้ เมื่อผู้ซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมตัดสินใจซื้อเพื่อหลีกเลี่ยงราคาที่เพิ่ม สูงขึ้น เนื่องจากการปรับราคาที่ดินและคอนโดมิเนียมของกรมธนารักษ์

         

ที่มา   http://www.thaipr.net